รู้เท่าทันอาการปวดตามข้อ กระดูก ข้อเข่าเสื่อม

By

สังคมผู้สูงวัยในปัจจุบัน นอกจากโรคเบาหวาน ความดัน และหัวใจ ปัญหาอีกอย่างหนึ่งที่พบบ่อยคืออาการปวดตามข้อ ข้อเสื่อม ความทรมานจากอาการปวดตามข้อต่างๆ ซึ่งไม่เพียงแต่จะสร้างความทุกข์ใจให้แก้ผู้เป็นโรคแล้ว ยังส่งผลถึงสุขภาพจิตของคนในครอบครัวและผู้ที่ดูแลอย่างยิ่ง เมื่อพ่อแม่ญาติพี่น้องอันเป็นที่รักต้องมาเจ็บปวดทรมาน บางท่านถึงกับเดินไม่ได้หรือนอนติดเตียงกัน ขาดอิสรภาพในชีวิตกันเลยทีเดียว

ข้อเข่าเสื่อมหรือเกิดการเสื่อมของข้อ ทำให้มีการงอกของกระดูกเวลาเดินจะเจ็บข้อ มีการผิดรูปของข้อเข่า โรคข้อเข่าเสื่อมมักพบในผู้สูงอายุ และมักพบว่าถ้าเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมแล้วจะทำให้โรคอื่นๆกำเริบตามมา เช่นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง
เนื่องจากออกกำลังไม่ได้

ในความเป็นจริง อาการปวดข้อ หรือข้อเสื่อมนี้ไม่ได้เกิดกับสังคมผู้สูงวัยเท่านั้น คนทั่วไปก็มีโอกาสที่จะเกิดโรคนี้ได้ อาจเนื่องมาจากพฤติกรรมการทานอาหาร โรคประจำตัวบางอย่างเช่น โรคข้ออักเสบ รูมาตอยด์ น้ำหนักตัวที่มากเกินไป หรือการออก
กำลังกายที่รุนแรง มีประวัติการใช้ข้อต่างๆในร่างกายอย่างหนักก็ทำให้เกิดอาการข้อเสื่อม ข้ออักเสบได้

บริเวณที่พบบ่อยที่สุดในการเกิดการเสื่อมของข้อต่างๆ นอกจากข้อเข่าคือ ข้อเท้า กระดูกช่วงเอว ข้อนิ้ว ข้อแขน ต้นคอ สังเกตุอาการเบื้องต้นได้จาก เวลาขยับข้อเหล่านี้จะเกิดอาการเสียว หรือมีเสียงกร๊อบแกร๊บของกระดูก เป็นเพราะว่าน้ำเลี้ยงในข้อต่างๆ นี้ได้ลดน้อยลงจนทำให้เส้นประสาทที่อยู่ตรงปลายในแต่ละข้อกระดูกกระทบกระทั่งกัน บางท่านเกิดอาการเสียวเพียงเล็กน้อย แต่บางท่านปวดหนักจนทำอะไรไม่ได้ เมื่อมีการเสื่อมมากขึ้น ข้อเข่าก็จะมีการโก่งงอ ทำให้เกิดอาการปวดเข่าทุกครั้งที่มีการเคลื่อนไหว และขนาดของจ้อเข่าก็มีขนาดใหญ่ขึ้น ในที่สุดผู้ป่วยต้องใช้ไม้เท้าช่วยในการเดิน บางท่านไม่เดินทำให้กล้ามเนื้อต้นขาลีบและไม่มีกำลัง ข้อจะติดเหมือนมีสนิมเกาะเท้าจะเหยียดไม่สุด ใครไม่เป็นเองก็คงยังไม่รับรู้ถึงความเจ็บปวดทรมานนี้ ที่บั่นทอนความสุขในชีวิตเป็นอย่างมากทีเดียว

osteoarthritis-of-the-knee

อาการควรรู้สำหรับการเกิดข้อเข่าเสื่อมในระยะแรก

  1. กล้ามเนื้อต้นขาลีบ ข้อเข่าโก่ง หลวม หรือเบี้ยวผิดรูป
  2. ปวดเข่าเวลามีการเคลื่อนไหว เช่น เดิน ขึ้นลงบันได อาการจะดีขึ้นเมื่อหยุดพักการใช้ข้อ
  3. มีอาการข้อฝืดขัด โดยเฉพาะเมื่อมีการหยุดเคลื่อนไหวเป็นเวลานาน
  4. เหยียดหรืองอข้อเข่าได้ไม่ค่อยสุด
  5. เมื่อขยับข้อรู้สึกถึงการเสียดสีหรือมีเสียงดังในข้อกระดูก
  6. มีอาการปวดเวลาเดินหรือขยับ และมีอาการปวดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

แนวทางวิธีการรักษาโรคข้อสื่อมในปัจจุบัน

  1. รักษาโดยไม่ใช้ยาใดๆ เลย
    เป็นการแก้ที่ปลายเหตุ เช่นเดินไม่ถนัดก็ใช้ไม้เท้าในการผยุงเดิน ใช้สนับเข่ารัดช่วงบริเวณเข่าเพื่อลดแรงกระแทก การลดน้ำหนักตัวเพื่อให้ข้อต่างๆทำงานเบาลง การออกกำลังและบริหารข้อต่างๆ ส่วนวิธีอื่นๆเช่น เลเซอร์ ฝังเข็ม หรือใช้ความร้อน หรือสนามแม่เหล็๋ก ซึ่งขึ้นกับศาสตร์วิชาของแพทย์แต่ละท่านที่จะเลือกใช้และพิจารณา แต่จะช่วยได้ในกรณีที่ยังไม่ปวดมาก ในกรณีที่อยู่ในขั้นวิกฤตที่ปวดจนเดินไม่ได้ ก็ต้องพิจารณาเลือกใช้ทางอื่น
  2. การรักษาโดยใช้ยา
    ยาที่ใช้ในการรักษาโรคข้อเสื่อมแบ่งกว้าง ๆ ออกได้เป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มยาแก้ปวด และกลุ่มยาลดอาการปวดแบบออกฤทธิ์ช้า

    1. กลุ่มยาแก้ปวด ยากลุ่มนี้จะช่วยลดอาการปวดใช้เป็นบรรเทาอาการชั่วคราว และไม่ได้ช่วยซ่อมแซมโครงสร้างของข้อ หลังยาหมดฤทธิ์ก็ยังเจ็บปวดอยู่ อาจใช้ไม่ได้ผลในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการปวดขั้นรุนแรง ยากลุ่มนี้ ได้แก่ ยาพาราเซตามอล ยาลดการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอย์ เช่นยาไดโคลฟีแนค ยาไอบูโพรเฟน ที่ช่วยลดอาการบวม ยาเหล่านี้ใช้ไปเป็นระยะเวลานานจะมีผลต่อตับและไต และเพิ่มความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจ ยาอีกประเภทที่ช่วยลดอาการปวดที่เป็นอนุพันธ์ของมอร์ฟีน แพทย์จะเลือกใช้ในกรณีที่มีอาการปวดมากๆเพราะผลข้างเคียงจะทำให้เกิดอาการง่วงซึมและคลื่นไส้ ส่วนยานวดเฉพาะที่ประเภทที่เป็นยาที่ช่วยในการต้านการอักเสบ เช่นยาสกัดจกพริกไทย ยาหม่อง เป็นการช่วยบรรเทาระยะสั้น และอาจส่งผลระคายเคืองผิวหนังในบางท่านที่แพ้ ในบางกรณีที่ผู้ป่วยปวดมากข้ออักเสบจนทนไม่ไหว แพทย์อาจเลือกใช้การฉีดยากลุ่มสเตียรอยด์เข้าระงับอาการอักเสบ ซึ่งยานี้ถ้าใช้ไปเป็นระยะเวลานานก็จะมีผลต่อร่างกายและมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง
    2. กลุ่มยาลดอาการปวดแบบออกฤทธิ์ช้า SYSADOA (symptomatic slow-acting drugh for osteoarthritis) ยากลุ่มนี้เป็นยากลุ่มที่ช่วยลดอาการอักเสบในข้อ และมีคุณสมบัติในการยับยั้งการทำลายกระดูกอ่อน หรือกระตุ้นการซ่อมแซมกระดูกอ่อนส่วนที่เสื่อมได้ แต่ราคาค่อนข้างแพง และไม่ได้ออกฤทธิ์ในทันทีและไม่ได้ยาที่ช่วยแก้ปวดโดยตรง ยาประเภทนี้จะมีทั้งแบบฉีดและแบบกิน เช่น กลูโคซามีนซัลเฟต (Glucosamine Sulfate) ,คอนดรอยติน (Chondroitin) กลุ่มกลูโคซามีนซัลเฟตใช้ไปเป็นระยะเวลานานอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงเสี่ยงกับการเกิดเบาหวานตามมา
  3. การรักษาโดยการผ่าตัด
    ปัจจุบันการผ่าตัดเปลี่ยนข้อส่วนใหญ่จะเป็นบริเวณเข่า ซึ่งเป็นจุดที่พบปัญหามากที่สุด ซึ่งก็จะมีชนิดของการผ่าตัดเปลี่ยนข้อ บางท่านต้องเปลี่ยนข้อเข่าทั้งหมด หรือตัดด้สนเดียวของผิวข้อซึ่งแล้วแต่แพทย์จะพิจารณาในความเหมาะสมตามแต่ละรายผู้ป่วย ซึ่งสิ่งที่ต้องพิจารณาร่วมสำหรับผู้ป่วยที่จะรักษาโรคข้อเสื่อมในวิธีนี้คือค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดซึ่งค่อนข้างสูง และภาวะแทรกซ้อนด้านอื่นๆ เช่นการติดเชื้อ ภาวะแทรกซ้อนด้านหัวใจ ภาวะหลอดเลือดดำอุดตัน และบางท่านแม้ผ่านการผ่าตัดมาแล้วก็ไม่ได้รับประกันว่าท่านจะเดินได้คล่องแคล่วเหมือนเดิม
  4. การรักษาโดยการใช้สมุนไพรแพทย์ทางเลือก หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
    ในปัจจุบันผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หรือสมุนไพรแพทย์ทางเลือกที่ช่วยรักษาและอาการข้อเสื่อม ข้ออักเสบ มีมากมายหลายชนิด แต่ที่นิยมและมีการยอมรับกันอย่างกว้างขวางว่าผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น และเป็นกลุ่มที่มีคนเลือกใช้มากที่สุดกลุ่มนึงคือ น้ำมันงาดำสกัดเย็น ซึ่งเป็นสารสกัดจากธรรมชาติและไม่มีผลค้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อตับและไต ในน้ำมันงาดำมีสารเซซามีนและธาตุทองแดงในน้ำมันงาดำ ซึ่งมีฤทธิ์ในการลดอาการปวด และต้านการอักเสบของอาการ ปวดข้อ ปวดเข่า ไขข้อเสื่อม นอกจากนี้ธาตุทองแดงยังมีส่วนช่วยสร้างคอลลาเจน ซึ่งสำคัญต่อการเสริมสร้างเนื้อเยื่อ ข้อต่อ กระดูกอ่อนให้แข็งแรง และมีแคลเซียมจากธรรมชาติสูง ซึ่งแคลเซียมเป็นแร่ธาตุที่สำคัญสำหรับกระดูก ช่วยในการพัฒนา ซ่อมแซม สร้างความแข็งแรงของกระดูก และมีฟอสฟอรัสซึ่งเมื่อรวมตัวกับแคลเซียมก็จะช่วยสร้างโครงสร้างและสร้างความแข็งแรงให้กระดูกได้เป็นอย่างดี น้ำมันงาดำสกัดเย็นจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ป่วยโรคข้อเสื่อม ข้ออักเสบ กระดูกพรุน หรือแม้กระทั่งผู้ที่ต้องการเสริมแคลเซียมในทุกเภททุกวัย
osteoarthritis-of-the-knee2

น้ำมันงาดำสกัดเย็นกับการรักษาข้อเข่าเสื่อม

ทำไมต้องน้ำมันงาดำ หลายท่านคงสงสัยว่าน้ำมันงาดำช่วยในการรักษาข้อเสื่อมข้ออักเสบได้อย่างไร เนื่องมาจากในน้ำมันงาดำมีสารสำคัญที่เรียกว่า เซซามีน ซึ่งเป็นสารในกลุ่มลิกแนน ประกอบด้วย เซซามีน Sesamin เซซาโมลีน Sesaminol และ เซซามินอล กลูโคไซด์ sesaminol glucosides คุณสมบัติที่เด่นเป็นอย่างมากของสารเซซามีนคือสามารถเพิ่มการสร้างมวลกระดูกของมนุษย์ได้ โดยสารเซซามีนที่อยู่ในงาดำนี้สามารถเพิ่มการสร้างมวลกระดูกของมนุษย์โดยมีผลที่เซลล์สร้างกระดูก Osteoblast โดยตรง เราจึงสามารถเรียกได้ว่าน้ำมันงาดำเป็นแคลเซียมจากธรรมชาติชนิดนึง ทั้งช่วยเสริมสร้างน้ำเลี้ยงข้อโดยตรงซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการปวดข้อ ปวดเข่า ลดอาการอักเสบของบริเวณข้อเข่าหรือที่ปวดบวม นอกจากนี้เซซามีนในน้ำมันงาดำสกัดเย็นนี้ยังมีคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์หลายประการ เช่น

black-sesamin-oil
  1. เพิ่มมวลกระดูก มีแคลเซียมสูงถึง 1469 mg/100g
  2. ปกป้องบำรุงตับ
  3. ลดคอเรสเตอรอลในเส้นเลือด ลดการเกิดตะกอนในผนังเส้นเลือด ลดความดันโลหิต กระตุ้นการเผาผลาญไขมัน
  4. มีงานวิจัยเป็นสิทธิบัตรไปทั่วโลกว่าเซซามีนสามารถต้านการอักเสบได้ทุกชนิด
  5. ป้องกันอัลไซเมอร์
  6. ลดความเครียดช่วยให้นอนหลับสบาย
  7. ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเม็ดเลือดขาว ซึ่งมีส่วนช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย
  8. ป้องกันการเกิดโรคหวัด ภูมิแพ้
เพราะฉะนั้นสำหรับท่านที่มองหาทางเลือกของการรักษาอาการปวดข้อ ปวดเข่า ข้อเสื่อม ข้ออักเสบ ด้วยสมุนไพรหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารด้วยธรรมชาติ น้ำมันงาดำสกัดเย็นเป็นอีกทางเลือกนึงที่ปลอดภัยและเป็นที่ยอมรับกันอย่างแพ่หลาย เนื่องจากไม่มีผลอันตรายตกค้าง ยังได้รับประโยชน์ในด้านอื่นอีกมากมาย

ขอแนะนำ Sesamin Navisplus (น้ำมันงาดำสกัดเย็น 500mg)

(คลิกเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม)